รัฐบาลที่ดีตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยคือ รัฐบาลที่สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเปิดพื้นที่ให้คนทุกกลุ่มได้ใช้ทรัพยากรอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน รัฐบาลที่ดีต้องบริหารประเทศอย่างโปร่งใส ยินยอมพร้อมรับการตรวจสอบจากสาธารณะชน และที่สำคัญรัฐบาลที่ดีต้องไม่มีพฤติกรรมดังนี้รัฐบาลที่ดีต้องไม่ ...............................เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างมีข้อกังขา
การเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใต้เงื่อนไขที่มีการตรวจสอบเรื่องความบกพร่องในการชี้แจงรายการทรัพย์สินไม่ตรงตามความเป็นจริง เป็นมาตรวัดถึงความไม่โปร่งใสและระบบคิดที่ต้องการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบเพื่อเน้นประโยชน์ส่วนตนของผู้นำการเมือง ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าไม่มีความผิดด้วยเสียงข้างมากอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ พร้อมด้วยคำอธิบายว่า "เป็นความบกพร่องโดยสุจริต" แต่กล่าวได้ว่าการดำรงตำแหน่งท่ามกลางความคลุมเครือของคำวินิจฉัยได้สร้างข้อกังขาตั้งแต่ก้าวแรกในตำแหน่งผู้นำประเทศ ......ยุบรวมพรรคเพื่อปิดช่องทางการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภา การยุบรวมพรรคถึงแม้จะใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่เป็นวิธีที่ "รวดเร็ว" และ "สะดวก" ที่สุดในการ เพิ่มจำนวน ส.ส. และสามารถปกป้อง "นายกรัฐมนตรี" จากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ผลก็คือพรรคการเมืองต่างๆ ได้แก่ พรรคถิ่นไทย พรรคเสรีธรรม พรรคความหวังใหม่ และพรรคชาติพัฒนา ได้ตบเท้าเข้าร่วมรัฐบาล โดยการยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทยในที่สุด เมื่อเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาไม่มากพอที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ หลักการตรวจสอบและถ่วงดุลจึงไร้ประสิทธิภาพ ส.ส.ถูกทำให้เป็น "ลูกจ้าง" ของหัวหน้าพรรคการเมือง ที่ยกมือในสภาตามใบสั่ง ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนอย่างแท้จริง ......แทรกแซงและควบคุมสื่อ ที่ผ่านมารัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยมีความพยายามเข้าแทรกแซงและควบคุมการเสนอข่าวของสื่ออยู่เสมอไม่ว่าจะโดยการใช้อำนาจหรือใช้ทุน เมื่อเราไม่มีมาตรการปกป้องสื่อจากการครอบงำผูกขาดโดยกลุ่มทุนที่ใช้อำนาจเงินซื้อหุ้น ซื้อโฆษณา กลุ่มทุนจึงเข้าครอบครองสื่ออย่างหนาแน่น การที่อำนาจรัฐและกฎหมายยอมให้บริษัทของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไอทีวี และให้ครอบครัวรัฐมนตรีบางคนสามารถซื้อหุ้นของบริษัทที่ผลิตสื่อได้ เท่ากับเปิดทางให้นักการเมืองมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเสนอข่าวสารสู่การรับรู้ของประชาชน คำถามถึงความเป็นอิสระ และความเป็นกลางของ "สื่อมวลชน" ว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือไว้วางใจของสาธารณะ หรือเป็นเครื่องมือปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประชาชนกันแน่ จึงดังระงมหนาหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ......แทรกแซงการแต่งตั้งและการทำงานขององค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญไทยปี พ.ศ. 2540 มีเจตนารมย์ที่ดีที่จะสร้างองค์กรอิสระต่างๆ เช่น ปปช. กกต.ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองเพื่อเป็น กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ นอกเหนือไปจากการตรวจสอบโดยกระบวนการทางรัฐสภา แต่ปรากฏตามข้อเท็จจริงว่าองค์กรอิสระเหล่านี้ถูกทำให้ง่อยเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง และถูกแทรกแซงจากรัฐบาลหลายครั้งหลายกรณี ตั้งแต่กระบวนการสรรหาแต่งตั้ง ตลอดจนก้าวก่ายกดดันการตัดสินใจ ทำให้องค์กรอิสระเหล่านี้ ขาดความเป็นอิสระ และไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างที่ควรจะเป็น ......ละเมิดสิทธิมนุษยชนและเห็นชอบกับการฆ่าตัดตอน ถึงแม้จะมีการอ้างว่าปริมาณการค้ายาบ้าและยาเสพติดมีจำนวนลดลง แต่การประกาศสงครามกับยาเสพติดส่งผลให้ประชาชนถูกประหารโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมหรือที่เรียกกันว่า "ฆ่าตัดตอน" ไปกว่า 2,000 คน ในบรรดาผู้เสียชีวิต ก็ยังเป็นที่กังขาจากสังคมว่าอาจมีผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย การทำสงครามกับยาเสพติดที่หวังผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง และนโยบายที่เน้นเพียงเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงหลักการและกระบวนการยุติธรรมนำไปสู่การใช้ความรุนแรง และ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ......เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และคอรัปชั่นเชิงนโยบาย การฉ้อราษฏร์บังหลวงยุคใหม่มักทำอย่างถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานให้เอาผิด ดังที่นิยมเรียกกันว่า "การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย" เช่น การเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมเพื่อกีดกันคู่แข่ง การส่งเสริมการลงทุนไอพีสตาร์ที่ทำให้บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นได้รับสัมปทานขนาดใหญ่พร้อมกับยกเว้นภาษี ตลอดจนการเสนอนโยบายที่เอื้อให้ธุรกิจ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และธุรกิจต่างชาติตักตวง เบียดเบียนทรัพยากรของชาติโดยไม่คำนึงถึงชะตากรรมของคนจนในชนบท ......ส่งเสริมบริโภคนิยม ถึงแม้ว่านโยบายประชานิยมจะเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนจำนวนมาก แต่นโยบายเหล่านี้นอกจากจะส่งเสริมให้ประชาชนเสพย์ติดวัตถุงอมแงมแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในระดับรากหญ้าแต่ประการใด กองทุนหมู่บ้านและเงินกู้ ธ.ก.ส. เพิ่มหนี้สินประชาชนในท้องถิ่น เงินหวยส่งเด็กไปเรียนเมืองนอกโดยที่มาตรฐานการศึกษาไทยยังล้าหลังไร้ประสิทธิภาพ โครงการในตระกูลเอื้ออาทรทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน มอเตอร์ไซค์ แท๊กซี่ หรือคอมพิวเตอร์ ล้วนแต่เป็นการป้อนวัตถุตอบสนองความต้องการระยะสั้น แต่ไม่ได้ป้อนสมองและอำนาจต่อรองในการใช้และจัดสรรทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว อย่างยั่งยืน.....เช่นนี้หรือนโยบายที่ประชาชนควรนิยม? ......ทุจริตกินสินบาทคาดสินบน อำนาจรัฐสมัยใหม่ได้สร้างสรรค์การทุจริตอย่างเป็นกระบวนการและอย่างแยบยล ตบตาประชาชนได้อย่างแนบเนียน การทุจริตที่ได้รับการกล่าวขานกันอย่างมากว่าเป็นอภิมหาทุจริต คือกรณี ทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX 9000 ของบริษัท อินวิชั่น เทคโนโลยีส์ อิงค์ จำนวน 26 เครื่อง เพื่อติดตั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่มีสินค้าแบรนด์อื่นที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่า อีกทั้งการจัดซื้อดังกล่าวยังเป็นการจัดซื้อผ่านบริษัทนายหน้า คือ บริษัท แพทริออท บิสซิเนส คอนซัลแตนส์ จำกัด ส่งผลให้ราคาจัดซื้อสูงกว่าราคาจริง และผู้ที่ต้องแบกภาระจ่ายเงินเข้ากระเป๋านักการเมืองทุจริตคือประชาชนเราท่านนั่นเอง นอกจากนี้ ยังเร่งให้เปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่มีปัญหานานัปการ เช่น การทรุดร้าวของรันเวย์และแท็กซี่เวย์ หลังคารั่ว และระบบจ่ายพลังงานไม่ได้มาตรฐาน การทุจริตครบวงจรในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นอนุสาวรีย์ที่เตือนใจคนไทยทั้งประเทศว่า อยากได้รัฐบาลดีต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ......แก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตน การตัดสินใจขายหุ้นในเครือชินคอร์ปจำนวน 49.59% ให้กับเทมาเซค โฮลดิ้งของสิงคโปร์ ด้วยมูลค่า 7 หมื่น 3 พันล้านบาท คงไม่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันนักหนา หากไม่ได้... ...ขายหุ้นภายหลังการแก้กฎหมาย พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคมเพียง 2 วัน ให้ขยายสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทที่ประกอบกิจการโทรคมนาคมและโทรศัพท์เคลื่อนที่จากเดิมไม่เกิน 25% เป็นไม่เกิน 50% และให้ยกเลิกสัดส่วนกรรมการบริษัทที่ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ออกทั้งหมด เห็นชัดชัดว่า เป็นการแก้กฎหมายเพื่อให้เค้าขายหุ้นให้ต่างชาติได้น่ะ ...หลีกเลี่ยงการเสียภาษีโดยอ้างว่าเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่กฎหมายละเว้นภาษีไว้ แต่หากพิจารณาโดยละเอียดจะพบพิรุธเกี่ยวกับการซื้อขายถ่ายโอนหุ้นครั้งนี้ เช่น การจดทะเบียนผู้ถือหุ้นในนามบริษัทแอมเพิลริช ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิน การขายหุ้นให้บุตรชายและบุตรสาวในราคา 1 บาทเพื่อเลี่ยงภาษี หรือการตั้งบริษัทกุหลาบแก้วมาถือหุ้นแทน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ ส่อเจตนาทุจริต ปกปิด หลีกเลี่ยงกฎหมาย ...และการขายหุ้นครั้งนี้คงไม่ทำให้คนไทยเจ็บช้ำใจ หากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี และดาวเทียมไทยคมซึ่งเป็นสมบัติของคนทั้งแผ่นดิน ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การบริหารของสิงคโปร์ ......ยุบสภา หวังเปลี่ยนวิกฤติศรัทธาให้เป็นวิกฤติของสภา ท่ามกลางความสงสัยและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ท้วมท้น สังคมกลับไม่เคยได้รับคำชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาจากผู้นำรัฐบาล เมื่อต้องเผชิญปัญหาวิกฤติศรัทธาและพลังกดดันจากสังคม รัฐบาลเลือกที่จะ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบซักฟอกต่อสาธารณะชนตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย โดยประกาศ "ยุบสภา" เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา...ระบบการเมืองที่เน้นเพียงจำนวนส.ส.ในสภา ที่ระบบตรวจสอบถ่วงดุลเป็นหมัน ที่ยึดวัฒนธรรมอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์เป็นที่ตั้ง และที่ไม่ต้อนรับการมีส่วนร่วมจากประชาชน พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวและทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ จนกลายเป็น "วิกฤติ" การเมืองครั้งสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย เส้นทางสู่วิกฤติการเมืองที่เตือนใจเราทุกคนให้ศึกษาเป็นบทเรียน เริ่มขึ้นเมื่อ.... จัดการเลือกตั้งพรรคเดียว หลังจากที่ได้ประกาศยุบสภา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 37 วัน หลังยุบสภาเท่านั้น ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าในกรณีที่มีการยุบสภา ให้จัดการเลือกตั้งขึ้นภายใน 60 วัน การช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองของพรรครัฐบาลโดยจัดให้มีการเลือกตั้งในเวลากระชั้นชิดทำให้พรรคฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง และผลการเลือกตั้งปรากฏว่า มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโนโหวตสูงถึง 9,842,197 เสียง คิดเป็นร้อยละ 33.04 เลยทีเดียว คดีทุจริตการเลือกตั้ง ด้วยเหตุที่ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตที่เป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 20 % ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้น ในหลายๆพื้นที่ ผู้สมัครที่ลงแข่งขันเพียงคนเดียวแทบมองไม่เห็นทางที่จะเอาชนะเกณฑ์ 20 % นี้ได้เลย จึงเป็นที่มาของคดีทุจริตการเลือกตั้งว่าด้วยการจ้างพรรคเล็กให้ส่งผู้สมัครลงประกบด้วย ทั้งนี้เพราะว่า เมื่อมีคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง เกณฑ์ 20 % ก็ไร้ความหมาย การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส การจัดการเลือกตั้งซ่อมสำหรับจังหวัดที่ผู้สมัครได้รับคะแนนไม่ถึง 20 % ทำให้ กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากมีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหลายประการ เช่น อนุญาตให้ผู้สมัครจากเขตเลือกตั้งที่กกต.ยังไม่ได้รับรองผลการเลือกตั้ง สามารถเวียนเทียนไปสมัครในอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งได้ และให้ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติในการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วัน ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมได้ เพราะในวันรับสมัครรอบที่สอง เป็นสมาชิกพรรคครบ 90 วันแล้ว ศาลพิพากษาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต่อมา ที่ประชุมศาลฎีกาสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะ ด้วยเหตุผลการจัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส และมีการลงโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย การจำคุกอีกด้วย บ้านเมืองสับสน สังคมแตกแยก ตลอดช่วงเวลาของรัฐบาลรักษาการเกือบ 5 เดือน ได้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างต่อเนื่อง กว้างขวางและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์วุ่นวายจากการเผชิญหน้ากันของประชาชนที่มีความคิดเห็นเป็นสองฝักสองฝ่าย ซึ่งบางสถานการณ์มีการใช้กำลังทำร้ายจนมีผู้บาดเจ็บ ความพยายามสะกัดกั้นความรุนแรงโดยการทำรัฐประหารไม่ใช่ทางออกตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย บทเรียนที่ผ่านมาบ่งบอกว่า รัฐบาลที่ดีนั้นไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินหรือกำลังอาวุธ ไม่ได้วัดกันด้วยนโยบายแจกฟรี หรือจำนวนส.ส.ในสภา แต่จะได้มาหากเรารู้เท่าทันนักการเมือง และไม่ปล่อยให้ใครบริหารแผ่นดินตามอำเภอใจด้วยวัฒนธรรมอำนาจนิยม เราต้องช่วยกันสร้างรัฐบาลที่ดี ด้วยการเลือกผู้แทนที่มีคุณภาพ และร่วมมือกันดูแลตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีอยู่เพียงในรัฐบาล รัฐสภา หรือองค์การตรวจสอบภาครัฐ แต่อยู่ที่กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชนเป็นสำคัญ และที่สุดแล้ว การเมืองไทยจะไม่ถึงทางตันหากทุกฝ่ายตระหนักว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นเพียงกติกาสำหรับเกมการเมือง แต่ต้องเป็นเครื่องมือจัดสรรผลประโยชน์และแบ่งปันอำนาจให้คนในสังคมอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน ______________________________