ส่วนที่ 4 ประเด็นถกเถียงในการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

ส่วนที่ ๑ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน

ให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

เหตุผลที่เสนอ ประชาชนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติเสมือนเป็นการกีดกันผู้นับถือศาสนาอื่น อาจทำให้คนกลุ่มน้อยเกิดความรู้สึกอึดอัดว่าศาสนาที่ตนนับถือไม่ได้รับการยอมรับ

ยกเลิกให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่

เหตุผลที่เสนอ การกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ เป็นการบังคับประชาชนจนเกินไป และการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนก็ถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่งด้วย นอกจากนี้ เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมา จำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้มากขึ้นไปกว่าก่อนหน้าที่จะมีข้อกำหนดนี้มากนัก

เหตุผลที่คัดค้าน การบังคับให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ยังคงมีความจำเป็น เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของฝ่ายข้างมาก อีกทั้ง ยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการชักชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ไปลงคะแนนเลือกตั้ง

ลดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ และถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เหตุผลที่เสนอ เพราะจำนวน ๕๐,๐๐๐ คน มากเกินไป ทำให้ไม่อาจรวบรวมได้ จึงควรลดจำนวนลง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมายได้อย่างแท้จริง อีกทั้งต้องให้มีตัวแทนของกลุ่มประชาชนที่เสนอร่างกฎหมายเข้าไปมีส่วนในการพิจารณาชี้แจงร่างกฎหมายในรัฐสภาได้

เหตุผลที่คัดค้าน หากลดจำนวนผู้สามารถเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลง จะทำให้การเสนอถอดถอน สามารถทำได้ง่ายจนเกิดการกลั่นแกล้งทางการเมืองได้

รับรองเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองโดยไม่ต้องให้การจัดตั้งพรรคการเมืองอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายพรรคการเมือง

เหตุผลที่เสนอ การที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเดิมกำหนดรับรองการจัดตั้งพรรคการเมืองแบบมีเงื่อนไข เช่น เรื่องจำนวนสมาชิกและสาขาพรรคการเมือง ถือว่าเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง ทำให้ผู้ที่ประสงค์จะทำงานการเมือง แต่ขาดทุนทรัพย์ไม่สามารถดำเนินงานการเมืองตามอุดมการณ์ของกลุ่มตนเองได้

ยกเลิกสิทธิในการเลือกตั้งของบุคคลที่อยู่นอกราชอาณาจักร

เหตุผลที่เสนอ ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง (มีผู้มาใช้สิทธิน้อย)

เพิ่มเติมการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กรณีมีการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยองค์กรนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ

เหตุผลที่เสนอ การเมืองภาคประชาชนยังขาดหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงควรกำหนดให้ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เสรีภาพ สามารถยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อทำการไต่สวนข้อเท็จจริง และเสนอเรื่องต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้

เหตุผลที่เสนอ การที่รัฐธรรมนูญเดิมกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนถิ่นของตนเอง จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนน มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ เป็นเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้กระบวนการถอดถอนไม่สามารถเป็นไปได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดส่วนที่ ๒ สถาบันการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร

ให้สมาชิกรัฐสภาต้องยกเลิกสัมปทานที่ตน คู่สมรส และบุตรได้รับอยู่เดิมก่อนดำรงตำแหน่ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดห้ามสมาชิกรัฐสภาไม่ให้รับสัมปทานจากรัฐ แต่ไม่ได้ห้ามการคงไว้ซึ่งสัมปทานที่ได้รับอยู่ก่อน ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสในการใช้อำนาจ จึงควรห้ามไม่ให้สมาชิกรัฐสภา คู่สมรส และบุตร คงไว้ซึ่งสัมปทานที่มีอยู่ก่อนเข้ารับ

ตำแหน่ง

ยกเลิกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

เหตุผลที่เสนอ เพราะข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการกีดกันประชาชนส่วนใหญ่ในการสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งขัดแย้งกับหลักความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งปริญญาก็ไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนที่ดีของประชาชน

ยกเลิกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง

เหตุผลที่เสนอ เพราะทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนของประชาชนได้อย่างอิสระ และยังขัดต่อหลักการเสรีภาพทางการเมือง

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง จะเป็นการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ระบบพรรคการเมือง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่เน้นนโยบายของพรรคการเมือง แทนการเลือกตัวบุคคล

ยกเลิกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน

เหตุผลที่เสนอ เพราะเงื่อนไข ๙๐ วัน ทำให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจ ไม่อาจลงสมัครได้เนื่องจากต้องสังกัดพรรคการเมือง และต้องได้รับเลือกจากพรรคให้เป็นผู้สมัครก่อน หากมิได้รับเลือกให้ลงสมัครจะย้ายพรรคการเมืองก็ไม่ได้

เหตุผลที่คัดค้าน การที่กำหนดเงื่อนไขนี้ ทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนต้องพิจารณาและศึกษาอุดมการณ์หรือนโยบายของพรรคการเมืองซึ่งตนประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิก ไม่ใช่เพียงการเข้าสังกัดพรรคเพื่อผลประโยชน์หรือเพื่อโอกาสในการได้รับเลือกตั้งเท่านั้น และเป็นการป้องกันการซื้อเสียง (ซื้อตัว สส.) ที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมการเมืองไทยตั้งแต่อดีต

ยกเลิกหลักเกณฑ์ให้พรรคการเมืองต้องได้รับคะแนนเสียงร้อยละ ๕ ในระบบบัญชีรายชื่อ

เหตุผลที่เสนอ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเป็นตัวแทนปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนน้อย ทำให้คนส่วนน้อยมีตัวแทนของตนในสภา สามารถเรียกร้องสิทธิและเสนอความต้องการผ่านพรรคที่ตนเลือกได้ นอกจากนี้พรรคขนาดเล็กยังทำหน้าที่แสดงจุดยืนทางการเมืองซึ่งบางครั้งถูกละเลยจากคนส่วนใหญ่

เหตุผลที่คัดค้าน อัตราร้อยละ ๕ กำหนดไว้เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมือง และกำหนดทิศทางให้พรรคการเมืองต้องพัฒนาตัวเองให้ได้รับความนิยม อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้มีพรรคการเมืองขนาดเล็กในสภามากจนเกินไป

ยกเลิกระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแบบบัญชีรายชื่อ

เหตุผลที่เสนอ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไม่มีความใกล้ชิดกับประชาชน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักธุรกิจเข้าสู่การเมืองได้ง่าย ส่งผลให้มีปัญหาการใช้เงินในทางการเมืองรุนแรงขึ้น และที่ผ่านมาก่อให้เกิดการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มาจากระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น เป็นการตัดโอกาส ส.ส. ที่มาจากระบบแบ่งเขต ทำให้ดูเสมือนว่ามีการแบ่งลำดับชั้นของส.ส.

เหตุผลที่คัดค้าน การเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ จะทำให้ได้ตัวบุคคลที่ทำงานระดับชาติได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับการทำหน้าที่บริการประชาชนในเขตเลือกตั้ง และระบบบัญชีรายชื่อจะกระตุ้นให้พรรคการเมืองเกิดการสร้างสรรค์เชิงนโยบายและเสนอนโยบายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้สมัครชิงตำแหน่งส.ส.เท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นระบบการเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีฐานเสียงทางการเมืองได้มีโอกาสเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ให้เขตเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อมีขนาดเล็กลงโดยแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นภูมิภาค

เหตุผลที่เสนอ การเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อที่ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างผู้แทนและประชาชน เพราะประชาชนไม่ทราบว่าใครบ้างได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทน และไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือและร้องเรียนความต้องการของตนได้ การทำให้เขตเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อเล็กลงจะทำให้ได้ส.ส.ที่มีคุณภาพจากการเลือกของประชาชนจำนวนมาก และมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น

เหตุผลที่คัดค้าน การแบ่งเขตเลือกตั้งให้เล็กลง เช่นใช้ภูมิภาคเป็นเขตเลือกตั้งอาจส่งเสริมความเป็นภูมิภาคนิยมได้

ให้เขตเลือกตั้งในระบบเขตมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น ๑ เขตมี ส.ส. ได้ ๓ คน

เหตุผลที่เสนอ การที่เขตเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจทำให้ซื้อเสียงได้ยากกว่าเขตเลือกตั้งขนาดเล็ก และการที่ในเขตเลือกตั้งหนึ่งมีผู้แทนเพิ่มขึ้น สามารถช่วยกันดูแลประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง

เหตุผลที่คัดค้าน เขตเลือกตั้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไม่สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้ แต่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประชาชนในเขตเลือกตั้งขนาดเล็กที่อาจใช้สิทธิได้เพียงเสียงเดียว กับประชาชนในเขตเลือกตั้งขนาดใหญ่ที่มีถึง ๓ เสียง นอกจากนั้นประชาชนในเขตเลือกตั้งขนาดใหญ่ และใช้สิทธิได้ ๓ เสียง อาจไม่รู้จักผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง ๓ คนดีพอ จะทำให้ได้ส.ส. ที่ "พ่วง" มากับผู้สมัครที่มีชื่อเสียง โดยที่ประชาชนไม่ได้ตั้งใจเลือก

ในกรณีที่เขตเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ เช่นมี ส.ส. ได้ ๓ คน แต่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกได้เพียงคนเดียว จะทำให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างผู้สมัครจากพรรคเดียวกัน พรรคการเมืองขาดเอกภาพ และมีพรรคการเมืองจำนวนมากในสภา

ลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาลง

เหตุผลที่เสนอ ความคิดเก่าที่ว่าส.ส.และส.ว. มีหน้าที่ดูแลและให้บริการประชาชนในพื้นที่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะในปัจจุบันประเทศไทยมีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ดังกล่าว บทบาทหลักของส.ส. และส.ว.ในระบอบประชาธิปไตย คือ การทำหน้าที่รวบรวมความต้องการของประชาชนเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา และทำหน้าที่ในการเสนอ พิจารณา และกลั่นกรองกฎหมาย รัฐสภาขนาดใหญ่ที่มีส.ส. และส.ว.จำนวนมากทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยไม่จำเป็น

เหตุผลที่คัดค้าน เนื่องจากระบบราชการไทยยังขาดประสิทธิภาพ และรวมศูนย์อำนาจในการบริหารงาน ส.ส.จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางรับฟังปัญหา และสะท้อนข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลนั้นอาจยังต้องการให้มี ส.ส.ดูแล และอำนวยความสะดวกในเรื่องความจำเป็นพื้นฐานอยู่

วุฒิสภา

ให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยมีคณะกรรมการสรรหา

เหตุผลที่เสนอ โดยกำหนดวิธีการเลือกให้มีคณะกรรมการสรรหา ทำหน้าที่สรรหาผู้มีคุณสมบัติเป็นสมาชิกวุฒิสภาในชั้นต้น เพื่อให้ประชาชนเลือก จะได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีคุณภาพและแก้ไขปัญหาสมาชิกรัฐสภาที่เป็นคนในครอบครัว หรือตระกูลเดียวกัน

เหตุผลที่คัดค้าน สมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะขาดความชอบธรรมในการปฎิบัติหน้าที่เป็นตัวแทน และอาจเป็นที่มาของการสืบทอดอำนาจทางการเมืองผ่านคณะกรรมการสรรหา อีกทั้งยังเกิดคำถามถึงที่มาของคณะกรรมการสรรหาด้วย

ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรคการเมืองได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะการไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองนั้น เป็นการขัดต่อธรรมชาติของการเลือกตั้ง

เหตุผลที่คัดค้าน ภาระงานของวุฒิสภาคือการกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร รวมถึงการแต่งตั้งองค์กรอิสระ หากให้วุฒิสมาชิกสามารถสังกัดพรรคการเมืองได้จะทำให้การทำหน้าที่ดังกล่าวไม่เป็นกลางอย่างแท้จริง

ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะการไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาหาเสียง ให้ทำได้เพียงแต่การแนะนำตัวเท่านั้น เป็นข้อจำกัดที่ขัดต่อธรรมชาติของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และปิดโอกาสของประชาชนที่จะได้เรียนรู้และทำความรู้จักผู้สมัครอย่างเพียงพอ

เหตุผลที่คัดค้าน การที่กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากระทำได้เพียงการแนะนำตนเองนั้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างขาวสะอาด ปราศจากการครอบงำทางการเมือง

เพิ่มอำนาจวุฒิสมาชิกในการเสนอ พิจารณา และกลั่นกรองร่างกฎหมาย

เหตุผลที่เสนอ ต้องการให้วุฒิสมาชิกช่วยแบ่งเบาภาระสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมาย และทำให้การออกกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้เกิน ๖๐ วัน

เหตุผลที่เสนอ ควรมีการกำหนดระยะเวลา เพื่อให้กระบวนการนิติบัญญัติมีความรวดเร็ว

เหตุผลที่คัดค้าน ร่างกฎหมายที่เข้าสู่สภานั้นมีเนื้อหาสาระที่แตกต่างกัน ความยากง่ายในการพิจารณาก็แตกต่างกัน การกำหนดระยะเวลาให้สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน จะกลายเป็นการเร่งรัดสภาผู้แทนราษฎรให้ต้องพิจารณา ทำให้ร่างกฎหมายขาดความรอบคอบ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจเพียงควบคุมกำกับการเลือกตั้ง โดยให้หน่วยราชการและหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้ง และให้มีศาลเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในการเลือกตั้ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งเดิมนั้นมีหน้าที่ทั้งการดำเนินการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง ทำให้เกิดปัญหาทั้งในเรื่องกำลังคน และข้อครหาในความเป็นกลางและการใช้อำนาจโดยเบ็ดเสร็จ จึงควรให้มีศาลเลือกตั้ง ทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาด

เหตุผลที่คัดค้าน การให้หน่วยราชการและหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้ง จะทำให้การเลือกตั้งขาดความเป็นกลาง เพราะเปิดช่องให้อำนาจรัฐสามารถครอบงำหน่วยราชการและหน่วยงานรัฐได้

ให้มีการเลือกตั้งทุกประเภทเพียงครั้งเดียว โดยหากมีการทุจริต ให้เลื่อนผู้ได้คะแนนถัดไปเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะการปล่อยให้มีการเลือกตั้งหลายครั้งทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ และการเลือกตั้งรอบหลัง ๆ สร้างความเบื่อหน่ายให้แก่ประชาชน จนเป็นเหตุให้ผู้ไปเลือกตั้งมีจำนวนน้อยลง ทำให้ผู้ได้รับเลือกตั้งครั้งสุดท้ายกลายเป็นผู้แทนของคนกลุ่มน้อย

 

พรรคการเมือง

ห้ามไม่ให้มีการรวมพรรคการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งและประกาศผล แล้วยอมให้มีการรวมพรรคการเมือง เท่ากับเป็นการขัดต่อการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเข้าไปในสภา

ควบคุมการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง คือ ให้จำกัดจำนวนเงินที่บริจาคโดยบุคคลต่อปี และห้ามไม่ให้นิติบุคคลบริจาคเงินให้พรรคการเมือง

เหตุผลที่เสนอ เพราะการไม่จำกัดจำนวนเงินที่บุคคลบริจาคให้แก่พรรคการเมือง เป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ที่มีทรัพย์สินเงินทองมากทุ่มเงินบริจาคให้พรรค จนทำให้มีอำนาจเสมือนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของพรรคการเมืองที่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของสมาชิกพรรค และประชาชน

คณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีอาจมาจากผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่มาจากการเสนอชื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากก็ได้

เหตุผลที่เสนอ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกบุคคลภายนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ในกรณีที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

เหตุผลที่คัดค้าน ข้อเสนอนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเปิดช่องทางให้มีการสืบทอดอำนาจของบุคคลและคณะบุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างชอบธรรม

ห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสองวาระติดต่อกันหรือไม่เกิน ๘ ปี

เหตุผลที่เสนอ เพราะจะทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจทางการเมือง และใช้อำนาจในทางมิชอบได้ง่าย

เหตุผลที่คัดค้าน จะกลายเป็นการจำกัดโอกาสในการเลือกคนดีมีฝีมือเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งแต่ละครั้งไม่ครบเทอม

ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและถูกตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่เสนอ เพราะจะทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างเต็มที่ และเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ในด้านการถ่วงดุลอำนาจที่ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ต้องตรวจสอบฝ่ายบริหาร

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและถูกตรวจสอบได้ยากเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์ คือ มีเป้าหมายที่แน่ชัดในการตรวจสอบประสิทธิภาพและการทุจริต ไม่ใช่การอภิปรายเพื่อเป้าหมายเพียงการสั่นคลอนรัฐบาลเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ให้นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามในสภา

เหตุผลที่เสนอ การที่นายกรัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้ถามในสภาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการชี้แจงการบริหารประเทศ เพราะถือว่าเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร และเป็นช่องทางที่ทำให้ฝ่ายบริหารได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง นอกจากนี้ การตั้งกระทู้ถาม ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายและทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริหารประเทศ

เหตุผลที่คัดค้าน การที่นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามในสภา อาจเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับนายกรัฐมนตรี และทำให้การบริหารประเทศเกิดความล่าช้า

ยกเลิกการห้ามรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะเดียวกัน

เหตุผลที่เสนอ เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญที่จะเข้าร่วมประชุมสภา หรือตอบกระทู้ถามของสมาชิกรัฐสภา ทำให้ขาดการเชื่อมโยงระหว่างรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายบริหารกับรัฐสภาในการส่งต่อความเดือดร้อนของประชาชน

เหตุผลที่คัดค้าน การห้ามรัฐมนตรีไม่ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะเดียวกัน เป็นการแยกหน้าที่นิติบัญญัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับหน้าที่บริหารของรัฐมนตรีออกจากกัน ซึ่งจะทำให้รัฐมนตรีมีเวลาทำงานบริหารอย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยกังวลกับการเข้าประชุมสภาเพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องตัดขาดจากผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัว

เหตุผลที่เสนอ ที่ผ่านมา จุดอ่อนสำคัญของข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้น ก็คือ การที่รัฐมนตรีสามารถโอนหุ้นส่วนที่ถือครองอยู่ให้กับภรรยา บุตร หรือบุคคลใกล้ชิด ถือแทนได้ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้รัฐมนตรีคงไว้ซึ่งอำนาจในการบริหารจัดการกิจการของตนในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรียังมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนอีกด้วย

ให้การออกเสียงประชามติมีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานต้องปฏิบัติตาม

เหตุผลที่เสนอ เพราะรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ บัญญัติให้การลงประชามติมีผลเป็นเพียงการให้คำปรึกษาต่อรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเป็นการบิดเบือนหลักการสากลของการลงประชามติ ทำให้ไม่เกิดประสิทธิผลของเสียงที่มาจากการตัดสินใจของประชาชน และอาจทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาต่อกลไกนี้ได้

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

ให้การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีทำได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่เสนอ เงื่อนไขการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้เท่าที่ควร การลดเงื่อนไขลงจะเป็นการรักษาดุลยภาพระหว่างเสถียรภาพและความเข้มแข็งของฝ่ายบริหาร กับการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดเงื่อนไข ๒ ใน ๕ เป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว เพราะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ฝ่ายบริหาร

ให้ประชาชนจำนวนหนึ่ง เช่น ๕๐,๐๐๐ คน เข้าชื่อเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐมนตรีได้มากขึ้น

เหตุผลที่คัดค้าน แม้จะให้ประชาชนเป็นผู้เข้าชื่อเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่ผู้ที่สามารถอภิปรายในสภาก็ยังคงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจไม่ยอมอภิปรายก็ได้

ให้สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพฤติการณ์ของรัฐมนตรีย้อนหลังได้

เหตุผลที่เสนอ ควรกำหนดให้สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพฤติการณ์ของรัฐมนตรีย้อนหลัง ในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดเดียวกันได้ เพื่อป้องกันปัญหาการสับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

ส่วนที่ ๓ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ศาลรัฐธรรมนูญ

ลดหรือตัดตัวแทนพรรคการเมืองในคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุผลที่เสนอ เพื่อไม่ให้กระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งขององค์กรอิสระถูกแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมืองทั้งในกระบวนการสรรหาและกระบวนการแต่งตั้งโดยวุฒิสภา

ให้ประชาชนสามารถนำคดีฟ้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในกรณีที่มีการกระทำของรัฐที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และประชาชนได้ดำเนินการเยียวยาตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถเยียวยาได้

เหตุผลที่เสนอ ควรเพิ่มบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการเข้าไปคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยให้สิทธิแก่ประชาชนที่จะฟ้องคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ในกรณีที่มีการกระทำของรัฐ

เหตุผลที่คัดค้าน ศาลรัฐธรรมนูญมีเพียงศาลเดียว ดังนั้น หากให้ประชาชนฟ้องคดีโดยตรงจะทำให้มีปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลจำนวนมากเกินไปจนกระทบต่อการพิจารณาคดีอื่น ๆ อีกทั้งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนยังคงมีช่องทางอื่นที่สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นต้น

ให้มีการตราวิธีพิจารณาความศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีหลักประกันพื้นฐานเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเปิดเผย การค้นหาความจริงโดยการไต่สวน การฟังความทุกฝ่าย การให้สิทธิคู่กรณีขอตรวจดูเอกสารในส่วนที่เกี่ยวกับตน การคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุผลที่เสนอ แต่เดิมที่กำหนดให้วิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อกำหนดของศาลโดยความเห็นชอบของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ ทำให้ไม่อาจกำหนดรายละเอียดได้ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเห็นชอบ จึงควรกำหนดให้มีการตราวิธีพิจารณาความศาลรัฐธรรมนูญในรูปแบบของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ปรับปรุงกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เป็นไปโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ

เหตุผลที่เสนอ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยึดสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา แต่หากพยานกลับคำให้การในชั้นพิจารณาความ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องรับฟังและกลับไปดำเนินไต่สวนใหม่ ทำให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณา ซึ่งเป็นปัญหาในเชิงปฏิบัติ ที่เชื่อมโยงกับกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

การดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ให้ประชาชนสามารถมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายการเมือง

 

ส่วนที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ให้ประชาชนจำนวนหนึ่ง เช่น ๑๐๐,๐๐๐ คน สามารถเข้าชื่อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้สามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ต้องผ่านสภาที่ต้องอาศัยขั้นตอนมากมาย

เสนอให้มีการกำหนดวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และในขั้นตอนสุดท้ายของการแก้ไขต้องนำไปลงประชามติ

เหตุผลที่เสนอ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านเวทีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในแต่ละภาคส่วน และให้ประชาชนทำการลงประชามติว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่

ไม่ควรมีอายุความในการฟ้องคดีนักการเมืองทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดทุจริตหรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

เหตุผลที่เสนอ การไม่กำหนดอายุความในคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดทุจริตหรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของนักการเมืองทุกระดับ และเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ทำให้การสืบสวนสอบสวนรอบคอบและรัดกุมสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้ อีกทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้มีการประวิงคดีด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้โดยไม่ติดข้อจำกัดในเรื่องอายุความของคดี

เหตุผลที่คัดค้าน หากไม่มีการกำหนดอายุความ จะทำให้มีการเตะถ่วงการพิจารณาคดีความ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้กระทำผิด และเปิดช่องทางให้มีการต่อรองเพื่อปรับเปลี่ยนรูปคดีได้ รวมถึงอาจทำให้มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองในกรณีที่เปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่