หนังสือคู่มือคนไทย "ประชาธิไตยใช้ได้จริงๆ"

จัดทำโดย โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมทางการเมืองแห่งศูนย์ศึกษาวิจัยการเมืองไทย

(Thai Politics Research Center) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ส่วนที่ 1 การเมืองสำคัญอย่างไร ?

เมื่อพูดถึงการเมือง พวกเรารู้สึกอย่างไร ?

เบื่อ เซ็ง ไม่ชอบ ไม่อยากสนใจ เพราะพวกเราคิดว่าการเมือง... เป็นเรื่องของการทุจริต... เป็นเรื่องของความขัดแย้ง...เป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ

แต่ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไร พวกเราทุกคนก็หลีกเลี่ยงการเมืองไม่พ้น เพราะการเมืองเกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน

การเมืองคืออะไร ?

ใครคิดว่าเราสามารถอยู่คนเดียวได้?

ถ้าอยู่คนเดียว เราก็ต้อง...ปลูกข้าวเอง รักษาโรคเอง จับผู้ร้ายเอง

หากมนุษย์อยู่คนเดียวจะมีความยากลำบากในการดำรงชีวิตอย่างมาก เนื่องจากมนุษย์ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
มนุษย์จึงต้องอยู่ร่วมกันในสังคม...

มนุษย์จึงต้องมี ระบบการจัดสรรผลประโยชน์ของสมาชิกในสังคม นั่นคือ "การเมือง"

การเมืองสำคัญอย่างไร ?

พวกเราใครเสียภาษีแล้วบ้าง?

เมื่อพูดถึงภาษี พวกเรามักจะนึกถึงแต่ภาษีเงินได้ ซึ่งเป็นภาษีทางตรงที่เราต้องนำไปชำระเอง
ที่จริงรัฐบาลยังเก็บภาษีจากเราอีกมากมายโดยเราไม่รู้ตัว เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีที่เก็บจากผู้บริโภคและกำไรของผู้ผลิตสินค้าและบริการเกือบทุกชนิด ทั้งเสื้อผ้า หนังสือ ของกิน ของใช้ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าบริการต่างๆ

นอกจากนี้รัฐบาลยังเก็บภาษีพวกเราอีกมากมาย เช่น ภาษีศุลกากร ภาษีสนามบิน ภาษีรางวัลหัก ณ ที่จ่าย ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เป็นต้น

เราเสียเงินภาษีเหล่านี้ไปทำไม???

ประชาชนจ่ายภาษี-----> ส.ส.------>นายกรัฐมนตรี------->รัฐมนตรี------>งบประมาณ------>ประชาชน

 

งบประมาณ จะถูกนำไปใช้พัฒนาด้านต่างๆทั้ง การศึกษา สาธารณสุข สร้างถนน ไฟฟ้า ป้องกันประเทศ

ทราบไหมว่า... รัฐบาลเก็บภาษีจากเราแล้วนำไปเป็นงบประมาณเป็นเงินปีละเท่าไร?

คำตอบ ปีละกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท (หนึ่งล้านล้านบาท)

คณะรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณปีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านล้านบาท)
ถ้ารัฐบาลอยู่ ๔ ปี ก็จะดูแลการใช้จ่ายเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สี่ล้านล้านบาท) (การ์ตูนเงินล้นห้อง)

คนไทยชอบบอกว่า...
อย่าไปสนใจการเมืองเลย สนใจเรื่องทำมาหากินดีกว่า...

ที่จริงแล้วส่วนหนึ่งที่พวกเรายังยากจนอยู่ก็เพราะ "การเมือง" หรือ "ระบบการจัดสรรผลประโยชน์ของคนในสังคม" ไม่ดีนั่นเอง

พวกเราคิดว่าเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ...ถูกนำกลับคืนมาถึงเราครบหรือไม่ ???

ถ้าเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กลับคืนมาถึงเราครบ ถนนหนทางต้องไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ!!

(การ์ตูนเงินถนนเป็นหลุม)

ถ้าเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กลับคืนมาถึงเราครบ โรงเรียนของหนูๆ ต้องดีกว่านี้!!! (การ์ตูนเด็กกับคอมพิวเตอร์)

ถ้าเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กลับคืนมาถึงเราครบ สนามบินต้องไม่รั่ว ไม่ร้าว!!! (การ์ตูนสนามบิน)

ถ้าเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท กลับคืนมาถึงเราครบ ผู้สูงอายุต้องได้รับการดูแล!! (การ์ตูนคนแก่นอนอาบแดด)

แล้วทำไมพวกเราต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญด้วย???

เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาในการจัดสรรผลประโยชน์ของคนในสังคม และเพราะเราทุกคนเป็นเจ้าของเงินภาษีอากร เจ้าของงบประมาณ และเจ้าของประเทศ เราทุกคนจึงควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้กติกาในการจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นธรรมสูงสุด และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนมากที่สุดตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตย

ส่วนที่ 2 ทำไมต้องประชาธิปไตย?

ประชาธิปไตยมาจากภาษากรีก แปลว่าประชาชนเป็นใหญ่ ระบอบประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ประชาชนทุกคนเป็นผู้ใช้อำนาจและมีหน้าที่ที่ตนต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นโดยตรง หรือโดยผ่านตัวแทนที่ได้รับเลือกจากประชาชนอย่างเสรี

หลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

สิทธิมนุษยชน

มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน สิทธิมนุษยชนให้อำนาจประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี รัฐบาลไม่ใช่ผู้ที่มอบสิทธิดังกล่าว แต่เป็นผู้ที่ต้องคุ้มครองสิทธินั้น ผู้มีสิทธิได้รับการคุ้มครองรวมถึง เด็ก คนพิการ คนแก่ คนชายขอบ และคนเล็ก คนน้อยทั่วไป

สิทธิ เสรีภาพ

ประกอบด้วย

ความเสมอภาค

หรือสิทธิเสมอภาคตามกฎหมาย คือการคุ้มครองที่เท่าเทียมกันตามกฎหมาย ไม่ว่าใครจะร่ำรวยหรือยากจน เป็นหญิงหรือชาย เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ศาสนาใด เป็นมิตรทางการเมืองกับรัฐ หรือเป็นฝ่ายตรงข้าม ล้วนแต่มีความเสมอภาคที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

หน้าที่ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

บังหลวงเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นประชาชนจึงไม่ควรยอมรับคำพูดที่ว่า "โกงก็ได้ แต่ขอให้มีผลงาน" การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหน้าที่ของทุกคน

การเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม

ความสัมพันธ์ระหว่าง "ผู้แทน" และ "ผู้เลือกตั้ง"

- รัฐบาลประชาธิปไตยแตกต่างจากรัฐบาลเผด็จการตรงที่รัฐบาลประชาธิปไตยดำรงอยู่เพื่อ

รับใช้ประชาชน และประชาชนในระบอบประชาธิปไตยเองก็ยินยอมที่จะปฏิบัติตามกฎ

และหน้าที่ที่ใช้ปกครองตน

- ผู้นำของรัฐบาลประชาธิปไตยปกครองประเทศโดยได้รับความเห็นชอบจากประชาชนของ

ตน ผู้นำเหล่านี้มิได้มีอำนาจเพียงเพราะว่าพวกเขาควบคุมกองทัพ หรือความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นเพราะพวกเขาเคารพขอบเขตอำนาจของพวกเขาที่ได้รับมอบจากประชาชนในการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม

ฐานะ "ผู้แทน" ที่ประชาชนเลือกตั้งเข้าไป ประชาชนกลุ่มต่างๆ ต้องการ "ผู้แทน" ช่วยปกป้องดูแลสิทธิประโยชน์ของตน เช่น ผู้แทนกลุ่มเกษตรกร กลุ่มประมง กลุ่มผู้ใช้แรงงาน กลุ่มผู้ค้ารายย่อย กลุ่มสตรีและเด็ก

ความรับผิดชอบของรัฐ

เจ้าหน้าที่ของรัฐเหล่านั้น

หลักนิติธรรม

เสรีภาพของสื่อ

- ในระบอบประชาธิปไตยนั้น สื่อควรดำเนินการโดยอิสระจากการควบคุมของรัฐบาล

สื่อที่มีความเสรีทำให้ประชาชนได้รับข่าวสาร ทำให้ผู้นำประเทศต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และยังเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็นปัญหาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

สังคมประชาธิปไตยต้องยอมรับความแตกต่าง

ระบอบประชาธิปไตยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด รัฐธรรมนูญกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายร่วมกันของสังคม มีพื้นฐานอยู่บนอุดมการณ์เรื่องเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิของชุมชน และสวัสดิภาพร่วมกันของประชาชน และที่สำคัญรัฐธรรมนูญให้กรอบสำหรับการใช้อำนาจรัฐ และกลไกในการใช้อำนาจ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนจะได้มาซึ่งรัฐบาลที่ดี

ส่วนที่ 3 รัฐบาลดีไม่มีขาย อยากได้ต้องช่วยกันสร้าง ช่วยกันดูแล

รัฐบาลที่ดีตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตยคือ รัฐบาลที่สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน และเปิดพื้นที่ให้คนทุกกลุ่มได้ใช้ทรัพยากรอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน รัฐบาลที่ดีต้องบริหารประเทศอย่างโปร่งใส ยินยอมพร้อมรับการตรวจสอบจากสาธารณะชน และที่สำคัญรัฐบาลที่ดีต้องไม่มีพฤติกรรมดังนี้รัฐบาลที่ดีต้องไม่ ...............................เข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างมีข้อกังขา

การเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใต้เงื่อนไขที่มีการตรวจสอบเรื่องความบกพร่องในการชี้แจงรายการทรัพย์สินไม่ตรงตามความเป็นจริง เป็นมาตรวัดถึงความไม่โปร่งใสและระบบคิดที่ต้องการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบเพื่อเน้นประโยชน์ส่วนตนของผู้นำการเมือง ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าไม่มีความผิดด้วยเสียงข้างมากอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ พร้อมด้วยคำอธิบายว่า "เป็นความบกพร่องโดยสุจริต" แต่กล่าวได้ว่าการดำรงตำแหน่งท่ามกลางความคลุมเครือของคำวินิจฉัยได้สร้างข้อกังขาตั้งแต่ก้าวแรกในตำแหน่งผู้นำประเทศ

......ยุบรวมพรรคเพื่อปิดช่องทางการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบรัฐสภา

การยุบรวมพรรคถึงแม้จะใช้เงินจำนวนมหาศาล แต่เป็นวิธีที่ "รวดเร็ว" และ "สะดวก" ที่สุดในการ เพิ่มจำนวน ส.ส. และสามารถปกป้อง "นายกรัฐมนตรี" จากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ผลก็คือพรรคการเมืองต่างๆ ได้แก่ พรรคถิ่นไทย พรรคเสรีธรรม พรรคความหวังใหม่ และพรรคชาติพัฒนา ได้ตบเท้าเข้าร่วมรัฐบาล โดยการยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทยในที่สุด เมื่อเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาไม่มากพอที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ หลักการตรวจสอบและถ่วงดุลจึงไร้ประสิทธิภาพ ส.ส.ถูกทำให้เป็น "ลูกจ้าง" ของหัวหน้าพรรคการเมือง ที่ยกมือในสภาตามใบสั่ง ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติประชาชนอย่างแท้จริง

......แทรกแซงและควบคุมสื่อ

ที่ผ่านมารัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัยมีความพยายามเข้าแทรกแซงและควบคุมการเสนอข่าวของสื่ออยู่เสมอไม่ว่าจะโดยการใช้อำนาจหรือใช้ทุน เมื่อเราไม่มีมาตรการปกป้องสื่อจากการครอบงำผูกขาดโดยกลุ่มทุนที่ใช้อำนาจเงินซื้อหุ้น ซื้อโฆษณา กลุ่มทุนจึงเข้าครอบครองสื่ออย่างหนาแน่น การที่อำนาจรัฐและกฎหมายยอมให้บริษัทของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรีเข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไอทีวี และให้ครอบครัวรัฐมนตรีบางคนสามารถซื้อหุ้นของบริษัทที่ผลิตสื่อได้ เท่ากับเปิดทางให้นักการเมืองมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเสนอข่าวสารสู่การรับรู้ของประชาชน

คำถามถึงความเป็นอิสระ และความเป็นกลางของ "สื่อมวลชน" ว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือไว้วางใจของสาธารณะ หรือเป็นเครื่องมือปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประชาชนกันแน่ จึงดังระงมหนาหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

......แทรกแซงการแต่งตั้งและการทำงานขององค์กรอิสระ

รัฐธรรมนูญไทยปี พ.ศ. 2540 มีเจตนารมย์ที่ดีที่จะสร้างองค์กรอิสระต่างๆ เช่น ปปช. กกต.ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองเพื่อเป็น กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ นอกเหนือไปจากการตรวจสอบโดยกระบวนการทางรัฐสภา แต่ปรากฏตามข้อเท็จจริงว่าองค์กรอิสระเหล่านี้ถูกทำให้ง่อยเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง และถูกแทรกแซงจากรัฐบาลหลายครั้งหลายกรณี ตั้งแต่กระบวนการสรรหาแต่งตั้ง ตลอดจนก้าวก่ายกดดันการตัดสินใจ ทำให้องค์กรอิสระเหล่านี้ ขาดความเป็นอิสระ และไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างที่ควรจะเป็น

......ละเมิดสิทธิมนุษยชนและเห็นชอบกับการฆ่าตัดตอน

ถึงแม้จะมีการอ้างว่าปริมาณการค้ายาบ้าและยาเสพติดมีจำนวนลดลง แต่การประกาศสงครามกับยาเสพติดส่งผลให้ประชาชนถูกประหารโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมหรือที่เรียกกันว่า "ฆ่าตัดตอน" ไปกว่า 2,000 คน ในบรรดาผู้เสียชีวิต ก็ยังเป็นที่กังขาจากสังคมว่าอาจมีผู้บริสุทธิ์รวมอยู่ด้วย

การทำสงครามกับยาเสพติดที่หวังผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง และนโยบายที่เน้นเพียงเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงหลักการและกระบวนการยุติธรรมนำไปสู่การใช้ความรุนแรง และ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

......เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และคอรัปชั่นเชิงนโยบาย

การฉ้อราษฏร์บังหลวงยุคใหม่มักทำอย่างถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โดยไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานให้เอาผิด ดังที่นิยมเรียกกันว่า "การคอรัปชั่นเชิงนโยบาย" เช่น การเก็บภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคมเพื่อกีดกันคู่แข่ง การส่งเสริมการลงทุนไอพีสตาร์ที่ทำให้บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นได้รับสัมปทานขนาดใหญ่พร้อมกับยกเว้นภาษี ตลอดจนการเสนอนโยบายที่เอื้อให้ธุรกิจ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และธุรกิจต่างชาติตักตวง เบียดเบียนทรัพยากรของชาติโดยไม่คำนึงถึงชะตากรรมของคนจนในชนบท

......ส่งเสริมบริโภคนิยม

ถึงแม้ว่านโยบายประชานิยมจะเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนจำนวนมาก แต่นโยบายเหล่านี้นอกจากจะส่งเสริมให้ประชาชนเสพย์ติดวัตถุงอมแงมแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดการกระจายรายได้ให้ประชาชนในระดับรากหญ้าแต่ประการใด

กองทุนหมู่บ้านและเงินกู้ ธ.ก.ส. เพิ่มหนี้สินประชาชนในท้องถิ่น เงินหวยส่งเด็กไปเรียนเมืองนอกโดยที่มาตรฐานการศึกษาไทยยังล้าหลังไร้ประสิทธิภาพ โครงการในตระกูลเอื้ออาทรทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน มอเตอร์ไซค์ แท๊กซี่ หรือคอมพิวเตอร์ ล้วนแต่เป็นการป้อนวัตถุตอบสนองความต้องการระยะสั้น แต่ไม่ได้ป้อนสมองและอำนาจต่อรองในการใช้และจัดสรรทรัพยากรท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว อย่างยั่งยืน.....เช่นนี้หรือนโยบายที่ประชาชนควรนิยม?

......ทุจริตกินสินบาทคาดสินบน

อำนาจรัฐสมัยใหม่ได้สร้างสรรค์การทุจริตอย่างเป็นกระบวนการและอย่างแยบยล ตบตาประชาชนได้อย่างแนบเนียน การทุจริตที่ได้รับการกล่าวขานกันอย่างมากว่าเป็นอภิมหาทุจริต คือกรณี ทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX 9000 ของบริษัท อินวิชั่น เทคโนโลยีส์ อิงค์ จำนวน 26 เครื่อง เพื่อติดตั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่มีสินค้าแบรนด์อื่นที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่า อีกทั้งการจัดซื้อดังกล่าวยังเป็นการจัดซื้อผ่านบริษัทนายหน้า คือ บริษัท แพทริออท บิสซิเนส คอนซัลแตนส์ จำกัด ส่งผลให้ราคาจัดซื้อสูงกว่าราคาจริง และผู้ที่ต้องแบกภาระจ่ายเงินเข้ากระเป๋านักการเมืองทุจริตคือประชาชนเราท่านนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังเร่งให้เปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่มีปัญหานานัปการ เช่น การทรุดร้าวของรันเวย์และแท็กซี่เวย์ หลังคารั่ว และระบบจ่ายพลังงานไม่ได้มาตรฐาน การทุจริตครบวงจรในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นอนุสาวรีย์ที่เตือนใจคนไทยทั้งประเทศว่า อยากได้รัฐบาลดีต้องช่วยกันสอดส่องดูแล

......แก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนตน

การตัดสินใจขายหุ้นในเครือชินคอร์ปจำนวน 49.59% ให้กับเทมาเซค โฮลดิ้งของสิงคโปร์ ด้วยมูลค่า 7 หมื่น 3 พันล้านบาท คงไม่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันนักหนา หากไม่ได้...

...ขายหุ้นภายหลังการแก้กฎหมาย พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคมเพียง 2 วัน ให้ขยายสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทที่ประกอบกิจการโทรคมนาคมและโทรศัพท์เคลื่อนที่จากเดิมไม่เกิน 25% เป็นไม่เกิน 50% และให้ยกเลิกสัดส่วนกรรมการบริษัทที่ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ออกทั้งหมด

เห็นชัดชัดว่า เป็นการแก้กฎหมายเพื่อให้เค้าขายหุ้นให้ต่างชาติได้น่ะ

...หลีกเลี่ยงการเสียภาษีโดยอ้างว่าเป็นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่กฎหมายละเว้นภาษีไว้ แต่หากพิจารณาโดยละเอียดจะพบพิรุธเกี่ยวกับการซื้อขายถ่ายโอนหุ้นครั้งนี้ เช่น การจดทะเบียนผู้ถือหุ้นในนามบริษัทแอมเพิลริช ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิน การขายหุ้นให้บุตรชายและบุตรสาวในราคา 1 บาทเพื่อเลี่ยงภาษี หรือการตั้งบริษัทกุหลาบแก้วมาถือหุ้นแทน เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ ส่อเจตนาทุจริต ปกปิด หลีกเลี่ยงกฎหมาย

...และการขายหุ้นครั้งนี้คงไม่ทำให้คนไทยเจ็บช้ำใจ หากสถานีโทรทัศน์ไอทีวี และดาวเทียมไทยคมซึ่งเป็นสมบัติของคนทั้งแผ่นดิน ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การบริหารของสิงคโปร์

......ยุบสภา หวังเปลี่ยนวิกฤติศรัทธาให้เป็นวิกฤติของสภา

ท่ามกลางความสงสัยและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ท้วมท้น สังคมกลับไม่เคยได้รับคำชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาจากผู้นำรัฐบาล

เมื่อต้องเผชิญปัญหาวิกฤติศรัทธาและพลังกดดันจากสังคม รัฐบาลเลือกที่จะ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบซักฟอกต่อสาธารณะชนตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย โดยประกาศ "ยุบสภา" เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549

ที่ผ่านมา...ระบบการเมืองที่เน้นเพียงจำนวนส.ส.ในสภา ที่ระบบตรวจสอบถ่วงดุลเป็นหมัน ที่ยึดวัฒนธรรมอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์เป็นที่ตั้ง และที่ไม่ต้อนรับการมีส่วนร่วมจากประชาชน พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวและทำให้รัฐบาลขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ จนกลายเป็น "วิกฤติ" การเมืองครั้งสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย

เส้นทางสู่วิกฤติการเมืองที่เตือนใจเราทุกคนให้ศึกษาเป็นบทเรียน เริ่มขึ้นเมื่อ....

จัดการเลือกตั้งพรรคเดียว

หลังจากที่ได้ประกาศยุบสภา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 37 วัน หลังยุบสภาเท่านั้น ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าในกรณีที่มีการยุบสภา ให้จัดการเลือกตั้งขึ้นภายใน 60 วัน การช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองของพรรครัฐบาลโดยจัดให้มีการเลือกตั้งในเวลากระชั้นชิดทำให้พรรคฝ่ายค้านบอยคอตการเลือกตั้ง และผลการเลือกตั้งปรากฏว่า มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโนโหวตสูงถึง 9,842,197 เสียง คิดเป็นร้อยละ 33.04 เลยทีเดียว

คดีทุจริตการเลือกตั้ง

ด้วยเหตุที่ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตที่เป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 20 % ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในเขตเลือกตั้งนั้น ในหลายๆพื้นที่ ผู้สมัครที่ลงแข่งขันเพียงคนเดียวแทบมองไม่เห็นทางที่จะเอาชนะเกณฑ์ 20 % นี้ได้เลย

จึงเป็นที่มาของคดีทุจริตการเลือกตั้งว่าด้วยการจ้างพรรคเล็กให้ส่งผู้สมัครลงประกบด้วย ทั้งนี้เพราะว่า เมื่อมีคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง เกณฑ์ 20 % ก็ไร้ความหมาย

การเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส

การจัดการเลือกตั้งซ่อมสำหรับจังหวัดที่ผู้สมัครได้รับคะแนนไม่ถึง 20 % ทำให้ กกต. ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากมีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหลายประการ เช่น อนุญาตให้ผู้สมัครจากเขตเลือกตั้งที่กกต.ยังไม่ได้รับรองผลการเลือกตั้ง สามารถเวียนเทียนไปสมัครในอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งได้ และให้ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติในการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน เนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วัน ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมได้ เพราะในวันรับสมัครรอบที่สอง เป็นสมาชิกพรรคครบ 90 วันแล้ว

ศาลพิพากษาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ต่อมา ที่ประชุมศาลฎีกาสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะ ด้วยเหตุผลการจัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส และมีการลงโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย การจำคุกอีกด้วย

บ้านเมืองสับสน สังคมแตกแยก

ตลอดช่วงเวลาของรัฐบาลรักษาการเกือบ 5 เดือน ได้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างต่อเนื่อง กว้างขวางและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุการณ์วุ่นวายจากการเผชิญหน้ากันของประชาชนที่มีความคิดเห็นเป็นสองฝักสองฝ่าย ซึ่งบางสถานการณ์มีการใช้กำลังทำร้ายจนมีผู้บาดเจ็บ

ความพยายามสะกัดกั้นความรุนแรงโดยการทำรัฐประหารไม่ใช่ทางออกตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย บทเรียนที่ผ่านมาบ่งบอกว่า รัฐบาลที่ดีนั้นไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินหรือกำลังอาวุธ ไม่ได้วัดกันด้วยนโยบายแจกฟรี หรือจำนวนส.ส.ในสภา

แต่จะได้มาหากเรารู้เท่าทันนักการเมือง และไม่ปล่อยให้ใครบริหารแผ่นดินตามอำเภอใจด้วยวัฒนธรรมอำนาจนิยม เราต้องช่วยกันสร้างรัฐบาลที่ดี ด้วยการเลือกผู้แทนที่มีคุณภาพ และร่วมมือกันดูแลตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีอยู่เพียงในรัฐบาล รัฐสภา หรือองค์การตรวจสอบภาครัฐ แต่อยู่ที่กระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชนเป็นสำคัญ

และที่สุดแล้ว การเมืองไทยจะไม่ถึงทางตันหากทุกฝ่ายตระหนักว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นเพียงกติกาสำหรับเกมการเมือง แต่ต้องเป็นเครื่องมือจัดสรรผลประโยชน์และแบ่งปันอำนาจให้คนในสังคมอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน

______________________________

ส่วนที่ 4 ประเด็นถกเถียงในการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

ส่วนที่ ๑ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน

ให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

เหตุผลที่เสนอ ประชาชนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติเสมือนเป็นการกีดกันผู้นับถือศาสนาอื่น อาจทำให้คนกลุ่มน้อยเกิดความรู้สึกอึดอัดว่าศาสนาที่ตนนับถือไม่ได้รับการยอมรับ

ยกเลิกให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่

เหตุผลที่เสนอ การกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ เป็นการบังคับประชาชนจนเกินไป และการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนก็ถือเป็นการแสดงออกทางการเมืองอย่างหนึ่งด้วย นอกจากนี้ เมื่อดูจากสถิติที่ผ่านมา จำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้มากขึ้นไปกว่าก่อนหน้าที่จะมีข้อกำหนดนี้มากนัก

เหตุผลที่คัดค้าน การบังคับให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ยังคงมีความจำเป็น เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของฝ่ายข้างมาก อีกทั้ง ยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการชักชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ไปลงคะแนนเลือกตั้ง

ลดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญ และถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เหตุผลที่เสนอ เพราะจำนวน ๕๐,๐๐๐ คน มากเกินไป ทำให้ไม่อาจรวบรวมได้ จึงควรลดจำนวนลง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอร่างกฎหมายได้อย่างแท้จริง อีกทั้งต้องให้มีตัวแทนของกลุ่มประชาชนที่เสนอร่างกฎหมายเข้าไปมีส่วนในการพิจารณาชี้แจงร่างกฎหมายในรัฐสภาได้

เหตุผลที่คัดค้าน หากลดจำนวนผู้สามารถเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลง จะทำให้การเสนอถอดถอน สามารถทำได้ง่ายจนเกิดการกลั่นแกล้งทางการเมืองได้

รับรองเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองโดยไม่ต้องให้การจัดตั้งพรรคการเมืองอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายพรรคการเมือง

เหตุผลที่เสนอ การที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเดิมกำหนดรับรองการจัดตั้งพรรคการเมืองแบบมีเงื่อนไข เช่น เรื่องจำนวนสมาชิกและสาขาพรรคการเมือง ถือว่าเป็นการขัดขวางเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง ทำให้ผู้ที่ประสงค์จะทำงานการเมือง แต่ขาดทุนทรัพย์ไม่สามารถดำเนินงานการเมืองตามอุดมการณ์ของกลุ่มตนเองได้

ยกเลิกสิทธิในการเลือกตั้งของบุคคลที่อยู่นอกราชอาณาจักร

เหตุผลที่เสนอ ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่ากับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง (มีผู้มาใช้สิทธิน้อย)

เพิ่มเติมการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กรณีมีการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยองค์กรนิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ

เหตุผลที่เสนอ การเมืองภาคประชาชนยังขาดหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงควรกำหนดให้ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เสรีภาพ สามารถยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อทำการไต่สวนข้อเท็จจริง และเสนอเรื่องต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

ให้ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้

เหตุผลที่เสนอ การที่รัฐธรรมนูญเดิมกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนถิ่นของตนเอง จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาลงคะแนน มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ เป็นเงื่อนไขที่ค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้กระบวนการถอดถอนไม่สามารถเป็นไปได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดส่วนที่ ๒ สถาบันการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันการเมือง

สภาผู้แทนราษฎร

ให้สมาชิกรัฐสภาต้องยกเลิกสัมปทานที่ตน คู่สมรส และบุตรได้รับอยู่เดิมก่อนดำรงตำแหน่ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดห้ามสมาชิกรัฐสภาไม่ให้รับสัมปทานจากรัฐ แต่ไม่ได้ห้ามการคงไว้ซึ่งสัมปทานที่ได้รับอยู่ก่อน ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสในการใช้อำนาจ จึงควรห้ามไม่ให้สมาชิกรัฐสภา คู่สมรส และบุตร คงไว้ซึ่งสัมปทานที่มีอยู่ก่อนเข้ารับ

ตำแหน่ง

ยกเลิกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

เหตุผลที่เสนอ เพราะข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการกีดกันประชาชนส่วนใหญ่ในการสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งขัดแย้งกับหลักความเสมอภาคในระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งปริญญาก็ไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าบุคคลนั้นจะเป็นผู้แทนที่ดีของประชาชน

ยกเลิกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง

เหตุผลที่เสนอ เพราะทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถทำหน้าที่ในการเป็นตัวแทนของประชาชนได้อย่างอิสระ และยังขัดต่อหลักการเสรีภาพทางการเมือง

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องสังกัดพรรคการเมือง จะเป็นการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ระบบพรรคการเมือง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่เน้นนโยบายของพรรคการเมือง แทนการเลือกตัวบุคคล

ยกเลิกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน

เหตุผลที่เสนอ เพราะเงื่อนไข ๙๐ วัน ทำให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจ ไม่อาจลงสมัครได้เนื่องจากต้องสังกัดพรรคการเมือง และต้องได้รับเลือกจากพรรคให้เป็นผู้สมัครก่อน หากมิได้รับเลือกให้ลงสมัครจะย้ายพรรคการเมืองก็ไม่ได้

เหตุผลที่คัดค้าน การที่กำหนดเงื่อนไขนี้ ทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนต้องพิจารณาและศึกษาอุดมการณ์หรือนโยบายของพรรคการเมืองซึ่งตนประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิก ไม่ใช่เพียงการเข้าสังกัดพรรคเพื่อผลประโยชน์หรือเพื่อโอกาสในการได้รับเลือกตั้งเท่านั้น และเป็นการป้องกันการซื้อเสียง (ซื้อตัว สส.) ที่เกิดขึ้นในวัฒนธรรมการเมืองไทยตั้งแต่อดีต

ยกเลิกหลักเกณฑ์ให้พรรคการเมืองต้องได้รับคะแนนเสียงร้อยละ ๕ ในระบบบัญชีรายชื่อ

เหตุผลที่เสนอ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเป็นตัวแทนปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนส่วนน้อย ทำให้คนส่วนน้อยมีตัวแทนของตนในสภา สามารถเรียกร้องสิทธิและเสนอความต้องการผ่านพรรคที่ตนเลือกได้ นอกจากนี้พรรคขนาดเล็กยังทำหน้าที่แสดงจุดยืนทางการเมืองซึ่งบางครั้งถูกละเลยจากคนส่วนใหญ่

เหตุผลที่คัดค้าน อัตราร้อยละ ๕ กำหนดไว้เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมือง และกำหนดทิศทางให้พรรคการเมืองต้องพัฒนาตัวเองให้ได้รับความนิยม อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้มีพรรคการเมืองขนาดเล็กในสภามากจนเกินไป

ยกเลิกระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแบบบัญชีรายชื่อ

เหตุผลที่เสนอ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไม่มีความใกล้ชิดกับประชาชน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักธุรกิจเข้าสู่การเมืองได้ง่าย ส่งผลให้มีปัญหาการใช้เงินในทางการเมืองรุนแรงขึ้น และที่ผ่านมาก่อให้เกิดการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่มาจากระบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น เป็นการตัดโอกาส ส.ส. ที่มาจากระบบแบ่งเขต ทำให้ดูเสมือนว่ามีการแบ่งลำดับชั้นของส.ส.

เหตุผลที่คัดค้าน การเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อ จะทำให้ได้ตัวบุคคลที่ทำงานระดับชาติได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับการทำหน้าที่บริการประชาชนในเขตเลือกตั้ง และระบบบัญชีรายชื่อจะกระตุ้นให้พรรคการเมืองเกิดการสร้างสรรค์เชิงนโยบายและเสนอนโยบายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผู้สมัครชิงตำแหน่งส.ส.เท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นระบบการเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถ แต่ไม่มีฐานเสียงทางการเมืองได้มีโอกาสเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ให้เขตเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อมีขนาดเล็กลงโดยแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นภูมิภาค

เหตุผลที่เสนอ การเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อที่ทั้งประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ทำให้เกิดความห่างเหินระหว่างผู้แทนและประชาชน เพราะประชาชนไม่ทราบว่าใครบ้างได้รับเลือกตั้งเป็นตัวแทน และไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือและร้องเรียนความต้องการของตนได้ การทำให้เขตเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อเล็กลงจะทำให้ได้ส.ส.ที่มีคุณภาพจากการเลือกของประชาชนจำนวนมาก และมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น

เหตุผลที่คัดค้าน การแบ่งเขตเลือกตั้งให้เล็กลง เช่นใช้ภูมิภาคเป็นเขตเลือกตั้งอาจส่งเสริมความเป็นภูมิภาคนิยมได้

ให้เขตเลือกตั้งในระบบเขตมีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น ๑ เขตมี ส.ส. ได้ ๓ คน

เหตุผลที่เสนอ การที่เขตเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ขึ้นอาจทำให้ซื้อเสียงได้ยากกว่าเขตเลือกตั้งขนาดเล็ก และการที่ในเขตเลือกตั้งหนึ่งมีผู้แทนเพิ่มขึ้น สามารถช่วยกันดูแลประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง

เหตุผลที่คัดค้าน เขตเลือกตั้งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไม่สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้ แต่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างประชาชนในเขตเลือกตั้งขนาดเล็กที่อาจใช้สิทธิได้เพียงเสียงเดียว กับประชาชนในเขตเลือกตั้งขนาดใหญ่ที่มีถึง ๓ เสียง นอกจากนั้นประชาชนในเขตเลือกตั้งขนาดใหญ่ และใช้สิทธิได้ ๓ เสียง อาจไม่รู้จักผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้ง ๓ คนดีพอ จะทำให้ได้ส.ส. ที่ "พ่วง" มากับผู้สมัครที่มีชื่อเสียง โดยที่ประชาชนไม่ได้ตั้งใจเลือก

ในกรณีที่เขตเลือกตั้งมีขนาดใหญ่ เช่นมี ส.ส. ได้ ๓ คน แต่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกได้เพียงคนเดียว จะทำให้เกิดการแข่งขันกันเองระหว่างผู้สมัครจากพรรคเดียวกัน พรรคการเมืองขาดเอกภาพ และมีพรรคการเมืองจำนวนมากในสภา

ลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาลง

เหตุผลที่เสนอ ความคิดเก่าที่ว่าส.ส.และส.ว. มีหน้าที่ดูแลและให้บริการประชาชนในพื้นที่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะในปัจจุบันประเทศไทยมีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ดังกล่าว บทบาทหลักของส.ส. และส.ว.ในระบอบประชาธิปไตย คือ การทำหน้าที่รวบรวมความต้องการของประชาชนเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา และทำหน้าที่ในการเสนอ พิจารณา และกลั่นกรองกฎหมาย รัฐสภาขนาดใหญ่ที่มีส.ส. และส.ว.จำนวนมากทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยไม่จำเป็น

เหตุผลที่คัดค้าน เนื่องจากระบบราชการไทยยังขาดประสิทธิภาพ และรวมศูนย์อำนาจในการบริหารงาน ส.ส.จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางรับฟังปัญหา และสะท้อนข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลนั้นอาจยังต้องการให้มี ส.ส.ดูแล และอำนวยความสะดวกในเรื่องความจำเป็นพื้นฐานอยู่

วุฒิสภา

ให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยมีคณะกรรมการสรรหา

เหตุผลที่เสนอ โดยกำหนดวิธีการเลือกให้มีคณะกรรมการสรรหา ทำหน้าที่สรรหาผู้มีคุณสมบัติเป็นสมาชิกวุฒิสภาในชั้นต้น เพื่อให้ประชาชนเลือก จะได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีคุณภาพและแก้ไขปัญหาสมาชิกรัฐสภาที่เป็นคนในครอบครัว หรือตระกูลเดียวกัน

เหตุผลที่คัดค้าน สมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะขาดความชอบธรรมในการปฎิบัติหน้าที่เป็นตัวแทน และอาจเป็นที่มาของการสืบทอดอำนาจทางการเมืองผ่านคณะกรรมการสรรหา อีกทั้งยังเกิดคำถามถึงที่มาของคณะกรรมการสรรหาด้วย

ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรคการเมืองได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะการไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองนั้น เป็นการขัดต่อธรรมชาติของการเลือกตั้ง

เหตุผลที่คัดค้าน ภาระงานของวุฒิสภาคือการกลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร รวมถึงการแต่งตั้งองค์กรอิสระ หากให้วุฒิสมาชิกสามารถสังกัดพรรคการเมืองได้จะทำให้การทำหน้าที่ดังกล่าวไม่เป็นกลางอย่างแท้จริง

ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสามารถหาเสียงเลือกตั้งได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะการไม่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาหาเสียง ให้ทำได้เพียงแต่การแนะนำตัวเท่านั้น เป็นข้อจำกัดที่ขัดต่อธรรมชาติของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และปิดโอกาสของประชาชนที่จะได้เรียนรู้และทำความรู้จักผู้สมัครอย่างเพียงพอ

เหตุผลที่คัดค้าน การที่กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภากระทำได้เพียงการแนะนำตนเองนั้น เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างขาวสะอาด ปราศจากการครอบงำทางการเมือง

เพิ่มอำนาจวุฒิสมาชิกในการเสนอ พิจารณา และกลั่นกรองร่างกฎหมาย

เหตุผลที่เสนอ ต้องการให้วุฒิสมาชิกช่วยแบ่งเบาภาระสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมาย และทำให้การออกกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรไม่ให้เกิน ๖๐ วัน

เหตุผลที่เสนอ ควรมีการกำหนดระยะเวลา เพื่อให้กระบวนการนิติบัญญัติมีความรวดเร็ว

เหตุผลที่คัดค้าน ร่างกฎหมายที่เข้าสู่สภานั้นมีเนื้อหาสาระที่แตกต่างกัน ความยากง่ายในการพิจารณาก็แตกต่างกัน การกำหนดระยะเวลาให้สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน จะกลายเป็นการเร่งรัดสภาผู้แทนราษฎรให้ต้องพิจารณา ทำให้ร่างกฎหมายขาดความรอบคอบ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจเพียงควบคุมกำกับการเลือกตั้ง โดยให้หน่วยราชการและหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้ง และให้มีศาลเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาในการเลือกตั้ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งเดิมนั้นมีหน้าที่ทั้งการดำเนินการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง ทำให้เกิดปัญหาทั้งในเรื่องกำลังคน และข้อครหาในความเป็นกลางและการใช้อำนาจโดยเบ็ดเสร็จ จึงควรให้มีศาลเลือกตั้ง ทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาด

เหตุผลที่คัดค้าน การให้หน่วยราชการและหน่วยงานรัฐเป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้ง จะทำให้การเลือกตั้งขาดความเป็นกลาง เพราะเปิดช่องให้อำนาจรัฐสามารถครอบงำหน่วยราชการและหน่วยงานรัฐได้

ให้มีการเลือกตั้งทุกประเภทเพียงครั้งเดียว โดยหากมีการทุจริต ให้เลื่อนผู้ได้คะแนนถัดไปเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะการปล่อยให้มีการเลือกตั้งหลายครั้งทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ และการเลือกตั้งรอบหลัง ๆ สร้างความเบื่อหน่ายให้แก่ประชาชน จนเป็นเหตุให้ผู้ไปเลือกตั้งมีจำนวนน้อยลง ทำให้ผู้ได้รับเลือกตั้งครั้งสุดท้ายกลายเป็นผู้แทนของคนกลุ่มน้อย

 

พรรคการเมือง

ห้ามไม่ให้มีการรวมพรรคการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง

เหตุผลที่เสนอ เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งและประกาศผล แล้วยอมให้มีการรวมพรรคการเมือง เท่ากับเป็นการขัดต่อการแสดงเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเข้าไปในสภา

ควบคุมการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง คือ ให้จำกัดจำนวนเงินที่บริจาคโดยบุคคลต่อปี และห้ามไม่ให้นิติบุคคลบริจาคเงินให้พรรคการเมือง

เหตุผลที่เสนอ เพราะการไม่จำกัดจำนวนเงินที่บุคคลบริจาคให้แก่พรรคการเมือง เป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ที่มีทรัพย์สินเงินทองมากทุ่มเงินบริจาคให้พรรค จนทำให้มีอำนาจเสมือนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นการทำลายหลักการพื้นฐานของพรรคการเมืองที่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นของสมาชิกพรรค และประชาชน

คณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีอาจมาจากผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่มาจากการเสนอชื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากก็ได้

เหตุผลที่เสนอ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกบุคคลภายนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ในกรณีที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

เหตุผลที่คัดค้าน ข้อเสนอนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเปิดช่องทางให้มีการสืบทอดอำนาจของบุคคลและคณะบุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างชอบธรรม

ห้ามไม่ให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสองวาระติดต่อกันหรือไม่เกิน ๘ ปี

เหตุผลที่เสนอ เพราะจะทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจทางการเมือง และใช้อำนาจในทางมิชอบได้ง่าย

เหตุผลที่คัดค้าน จะกลายเป็นการจำกัดโอกาสในการเลือกคนดีมีฝีมือเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งแต่ละครั้งไม่ครบเทอม

ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและถูกตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่เสนอ เพราะจะทำให้สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างเต็มที่ และเป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย ในด้านการถ่วงดุลอำนาจที่ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ต้องตรวจสอบฝ่ายบริหาร

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและถูกตรวจสอบได้ยากเพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์ คือ มีเป้าหมายที่แน่ชัดในการตรวจสอบประสิทธิภาพและการทุจริต ไม่ใช่การอภิปรายเพื่อเป้าหมายเพียงการสั่นคลอนรัฐบาลเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ให้นายกรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ถามในสภา

เหตุผลที่เสนอ การที่นายกรัฐมนตรีจะต้องมาตอบกระทู้ถามในสภาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการชี้แจงการบริหารประเทศ เพราะถือว่าเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร และเป็นช่องทางที่ทำให้ฝ่ายบริหารได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง นอกจากนี้ การตั้งกระทู้ถาม ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายและทันต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริหารประเทศ

เหตุผลที่คัดค้าน การที่นายกรัฐมนตรีต้องตอบคำถามในสภา อาจเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับนายกรัฐมนตรี และทำให้การบริหารประเทศเกิดความล่าช้า

ยกเลิกการห้ามรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะเดียวกัน

เหตุผลที่เสนอ เพราะที่ผ่านมารัฐมนตรีไม่ให้ความสำคัญที่จะเข้าร่วมประชุมสภา หรือตอบกระทู้ถามของสมาชิกรัฐสภา ทำให้ขาดการเชื่อมโยงระหว่างรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายบริหารกับรัฐสภาในการส่งต่อความเดือดร้อนของประชาชน

เหตุผลที่คัดค้าน การห้ามรัฐมนตรีไม่ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะเดียวกัน เป็นการแยกหน้าที่นิติบัญญัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับหน้าที่บริหารของรัฐมนตรีออกจากกัน ซึ่งจะทำให้รัฐมนตรีมีเวลาทำงานบริหารอย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยกังวลกับการเข้าประชุมสภาเพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติ

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องตัดขาดจากผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัว

เหตุผลที่เสนอ ที่ผ่านมา จุดอ่อนสำคัญของข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญที่ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้น ก็คือ การที่รัฐมนตรีสามารถโอนหุ้นส่วนที่ถือครองอยู่ให้กับภรรยา บุตร หรือบุคคลใกล้ชิด ถือแทนได้ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้รัฐมนตรีคงไว้ซึ่งอำนาจในการบริหารจัดการกิจการของตนในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นอกจากนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรียังมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนอีกด้วย

ให้การออกเสียงประชามติมีผลผูกพันคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานต้องปฏิบัติตาม

เหตุผลที่เสนอ เพราะรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ บัญญัติให้การลงประชามติมีผลเป็นเพียงการให้คำปรึกษาต่อรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเป็นการบิดเบือนหลักการสากลของการลงประชามติ ทำให้ไม่เกิดประสิทธิผลของเสียงที่มาจากการตัดสินใจของประชาชน และอาจทำให้ประชาชนไม่ศรัทธาต่อกลไกนี้ได้

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี

ให้การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีทำได้ง่ายขึ้น

เหตุผลที่เสนอ เงื่อนไขการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๕ ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้เท่าที่ควร การลดเงื่อนไขลงจะเป็นการรักษาดุลยภาพระหว่างเสถียรภาพและความเข้มแข็งของฝ่ายบริหาร กับการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้

เหตุผลที่คัดค้าน การกำหนดเงื่อนไข ๒ ใน ๕ เป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว เพราะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ฝ่ายบริหาร

ให้ประชาชนจำนวนหนึ่ง เช่น ๕๐,๐๐๐ คน เข้าชื่อเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐมนตรีได้มากขึ้น

เหตุผลที่คัดค้าน แม้จะให้ประชาชนเป็นผู้เข้าชื่อเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่ผู้ที่สามารถอภิปรายในสภาก็ยังคงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจไม่ยอมอภิปรายก็ได้

ให้สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพฤติการณ์ของรัฐมนตรีย้อนหลังได้

เหตุผลที่เสนอ ควรกำหนดให้สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพฤติการณ์ของรัฐมนตรีย้อนหลัง ในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดเดียวกันได้ เพื่อป้องกันปัญหาการสับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

ส่วนที่ ๓ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

ศาลรัฐธรรมนูญ

ลดหรือตัดตัวแทนพรรคการเมืองในคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุผลที่เสนอ เพื่อไม่ให้กระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งขององค์กรอิสระถูกแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมืองทั้งในกระบวนการสรรหาและกระบวนการแต่งตั้งโดยวุฒิสภา

ให้ประชาชนสามารถนำคดีฟ้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในกรณีที่มีการกระทำของรัฐที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และประชาชนได้ดำเนินการเยียวยาตามกฎหมายแล้วแต่ไม่สามารถเยียวยาได้

เหตุผลที่เสนอ ควรเพิ่มบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการเข้าไปคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยให้สิทธิแก่ประชาชนที่จะฟ้องคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ในกรณีที่มีการกระทำของรัฐ

เหตุผลที่คัดค้าน ศาลรัฐธรรมนูญมีเพียงศาลเดียว ดังนั้น หากให้ประชาชนฟ้องคดีโดยตรงจะทำให้มีปริมาณคดีขึ้นสู่ศาลจำนวนมากเกินไปจนกระทบต่อการพิจารณาคดีอื่น ๆ อีกทั้งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนยังคงมีช่องทางอื่นที่สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นต้น

ให้มีการตราวิธีพิจารณาความศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีหลักประกันพื้นฐานเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเปิดเผย การค้นหาความจริงโดยการไต่สวน การฟังความทุกฝ่าย การให้สิทธิคู่กรณีขอตรวจดูเอกสารในส่วนที่เกี่ยวกับตน การคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุผลที่เสนอ แต่เดิมที่กำหนดให้วิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อกำหนดของศาลโดยความเห็นชอบของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ ทำให้ไม่อาจกำหนดรายละเอียดได้ เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเห็นชอบ จึงควรกำหนดให้มีการตราวิธีพิจารณาความศาลรัฐธรรมนูญในรูปแบบของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ปรับปรุงกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เป็นไปโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ

เหตุผลที่เสนอ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยึดสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณา แต่หากพยานกลับคำให้การในชั้นพิจารณาความ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องรับฟังและกลับไปดำเนินไต่สวนใหม่ ทำให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณา ซึ่งเป็นปัญหาในเชิงปฏิบัติ ที่เชื่อมโยงกับกระบวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

การดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ให้ประชาชนสามารถมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายการเมือง

 

ส่วนที่ ๔ เรื่องอื่น ๆ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ให้ประชาชนจำนวนหนึ่ง เช่น ๑๐๐,๐๐๐ คน สามารถเข้าชื่อเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้

เหตุผลที่เสนอ เพราะเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยให้สามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ต้องผ่านสภาที่ต้องอาศัยขั้นตอนมากมาย

เสนอให้มีการกำหนดวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม และในขั้นตอนสุดท้ายของการแก้ไขต้องนำไปลงประชามติ

เหตุผลที่เสนอ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านเวทีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในแต่ละภาคส่วน และให้ประชาชนทำการลงประชามติว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่

ไม่ควรมีอายุความในการฟ้องคดีนักการเมืองทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดทุจริตหรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

เหตุผลที่เสนอ การไม่กำหนดอายุความในคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดทุจริตหรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของนักการเมืองทุกระดับ และเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ทำให้การสืบสวนสอบสวนรอบคอบและรัดกุมสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดได้ อีกทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้มีการประวิงคดีด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้โดยไม่ติดข้อจำกัดในเรื่องอายุความของคดี

เหตุผลที่คัดค้าน หากไม่มีการกำหนดอายุความ จะทำให้มีการเตะถ่วงการพิจารณาคดีความ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้กระทำผิด และเปิดช่องทางให้มีการต่อรองเพื่อปรับเปลี่ยนรูปคดีได้ รวมถึงอาจทำให้มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองในกรณีที่เปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่