อะไรคือความภูมิใจของพวกเรา ?

โดย  ดารินทร์ วิชระอนนท์  รัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อะไรคือความภูมิใจของพวกเรา ?

                ฉันได้มีโอกาสมาทำงานที่โครงการการมีส่วนร่วมทางการเมืองนี้ ถือเป็นเรื่องที่เปิดโลกทัศน์ให้ฉันมากมาย ฉันได้ลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย และสิ่งหนึ่งที่ฉันได้สังเกต คือ 

                คำบ่นของชาวบ้านที่ลูกหลานของตนเองต่างพยายามเลียนแบบค่านิยมทางวัตถุนิยมและหลงลืมรากเหง้าของตนเอง ฉันจึงเกิดคำถามและพยายามตอบคำถามด้วยความคิดจากสมองเล็กๆของฉัน ว่ามันเพราะอะไรกันน้า  ทำไมต้องเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นด้วย เพราะเขาไม่ภูมิใจในสิ่งที่เขาเป็นเหรอ?...

                และฉันก็ได้ลองคิดแบบเชื่อมโยงเล่นๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น อะไรไปทำให้พวกเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตในพื้นที่ที่ไม่ใช่กรุงเทพรู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาเป็นมันไม่เจ๋ง ทั้งๆที่ฉันเองซึ่งโตมาในเขตเมืองหลวงที่วุ่นวายสับสน พอได้ออกไปต่างจังหวัด ไปลงพื้นที่ชุมชน ได้เห็นสิ่งที่แตกต่างออกไป ฉันว่ามันเจ๋งจะตาย อยู่ในกรุงเทพ ทุกอย่างมันดูเป็นการวางท่าไปเสียหมด ผู้คนต้องกลัวเสียฟอร์ม ฉันว่าตอนไปลงพื้นที่นั้นสบายๆจะตาย ผู้คนก็มีน้ำใจ มันเป็นสิ่งสำคัญนะ เพราะว่ามีเงินเท่าไหร่ ก็หาซื้อน้ำใจไม่ได้...

เอาเป็นว่า เรามาเข้าเรื่องที่ฉันนั่งคิดเล่นๆกันดีกว่า...

                ฉันว่าเป็นเพราะระบบการศึกษาหรือเปล่าน้า...ที่ทุกคนก็ต่างสนใจสิ่งที่เขียนอยู่ในตำราว่าเป็นความรู้ มองว่าแบบการเรียนเป็นสิ่งที่จะทำให้คนฉลาดขึ้น แต่อย่างที่ฉันว่านะ การเรียนรู้สิ่งที่แตกต่าง อย่างมีสติ และรู้เท่าทันการณ์มันเจ๋งจะตาย สิ่งที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน เทคโนโลยีพื้นบ้าน ซึ่งต้องใช้เวลาสั่งสมมาตั้งนาน คนกลับมองข้าม สุดท้ายก็ต้องมานั่งรื้อฟื้นกันใหม่ เฮ้อ...

                ดูสิ! ตอนนี้คนต่างพากันเห่อเรื่องแพทย์แผนโบราณ ยาแผนพื้นบ้าน และก็อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะที่เอามาผสมกับธุรกิจแบบใหม่ เกิดเป็นสปาใหญ่ๆขายคนต่างชาติจะดังระเบิดไปเลย... ตอนนี้ฉันยังได้ยินมาคือเกิดการท่องเที่ยวแบบใหม่คือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ที่เขาเห็นคุณค่าความใกล้ชิดธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนที่บริสุทธิ์ เพราะคนในเมืองต่างก็เอียนวิถีชีวิตแบบเมืองหลวงกันเต็มทีแล้ว นี่ไงล่ะ...ที่ฉันว่าการมีวิถีชีวิตที่แตกต่างหน่ะ มันเจ๋งแค่ไหน... พวกเราอย่าตีกรอบว่าการศึกษาจะมีรูปแบบจำกัดแค่ระบบการเรียนเลยนะ คนเราสามารถสร้างการเรียนรู้ได้จากสิ่งรอบกายโดยเริ่มที่จากตัวเองได้อย่างสบายๆเลยนะเนี่ยะ นั่นเป็นสิ่งที่เราควรจะภูมิใจนะ...

                ในเรื่องของเศรษฐกิจเองก็เหมือนกัน ทุกคนต่างมองเรื่องความรวย คือเรื่องของเงินและวัตถุ  บ้านไหนมีรถยี่ห้อดังขับ อู้ฮู้!!!! เทห์จังเลย เพราะฉะนั้น ทุกคนก็เลยต้องทิ้งบ้าน หอบลูกจูงหลานเข้ามาหางานหาเงินในเมืองใหญ่ เพราะคิดว่าจะได้เงินเยอะกว่าตอนทำงานที่บ้านเกิดของตัวเอง แต่ว่านะ...เมืองใหญ่การแข่งขันสูงจะตาย มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดไว้นะสิ ไม่อย่างนั้นคนในเมืองจะหนีความสับสนไปสู่ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงชุมชนทำไม การอยู่กับสิ่งที่เรามี และพัฒนาโดยเน้นที่ความพอเพียง

                สื่อเองก็เป็นตัวการสำคัญเลยนะที่จะทำให้พวกเราติดอยู่กับค่านิยมฟุ่มเฟือย ใช้ของเยอะแยะจนเกินไป เน้นว่ามันคือเรื่องของความโก้เก๋ จนลืมไปว่ามันจำเป็นหรือเปล่า ถ้าเทียบกับหลักแนวคิดของพระเจ้าอยู่หัวเรื่องความพอเพียงนะ พวกเราถือว่าเดินเลยมาไกลจากคำนั้นลิบลับแล้ว

                มานั่งนึกๆดู รายการโทรทัศน์ทุกวันนี้ต้องดูแล้วคิดในมุมกลับ เพราะว่าบางอย่างมันก็เว่อร์ และก็ฟุ้งเฟ้อมากๆเลย เด็กรุ่นใหม่ที่รู้จักคิดคงต้องคิดแล้วคิดอีกว่าสิ่งที่อยู่ในโทรทัศน์หน่ะมันน่าเชื่อถือหรือเปล่า ยิ่งสิ่งที่เราดูจากละครยิ่งแล้วใหญ่ เราควรที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ปลูกฝังค่านิยมเรื่องการตระหนักถึงสังคมมากกว่าสนใจแค่เรื่องบริโภคนิยม

การเมืองเป็นเรื่องไกลตัวเหรอ? ฉันคิดว่าไม่มั้ง...

                การเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคน เราทุกคนมีหน้าที่เสียภาษี เงินที่ได้จากค่าภาษีเหล่านี้ก็จะนำมาบริหารประเทศ ในการเอาไปสร้างโครงการต่างๆ จนกระทั่งเป็นเงินเดือนให้นักการเมืองและข้าราชการ ดังนั้นเราทุกคนควรมีส่วนรู้เห็นและมีส่วนร่วมในการรับรู้และเสนอแง่มุมในการบริหารประเทศ โดยผ่านตัวแทนคือพวกสส.,สว.เหล่านั้น

                แต่ว่าข้อที่มันผิดพลาดก็คงจะเป็นเพราะว่าเราเองมองว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่องของผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เป็นเรื่องของคนใหญ่คนโตที่มีความรู้สูง คำศัพท์ที่ใช้ก็ยากไม่รู้เรื่อง

                ความจริงแล้วเปล่าเลย...ถ้าพวกเราใส่ใจซักนิด เราจะพบว่าการเมืองเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ และสามารถเริ่มจากตัวเอง อาจรวมตัวกับผู้ที่มีความสนใจเหมือนกันจนเป็นชุมชนเข็มแข็ง และผลักดันให้เกิดการพัฒนาในประเทศก็ได้นะ...นี่ฉันไม่ได้โม้นะเนี่ย..


การศึกษาที่สร้างให้เด็กลืมมองเห็นสิ่งสำคัญรอบตัว มององค์ความรู้คือสิ่งที่เขียนในหนังสือ มองว่าสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นของล้าสมัย

ด้านเศรษฐกิจที่คนต่างดิ้นรนหาเงินมาให้มากๆเพื่อซื้อของที่เป็นวัตถุนิยมมาเสพ ไม่ได้มองถึงความพอเพียง แต่มองว่าความรวยคือสิ่งที่เป็นของใช้ มุ่งตัววัตถุที่อำนวยความสะดวกสบาย ไม่มองคุณค่าทางจิตใจ (สื่อเองก็เป็นตัวเร่งตัวสำคัญในการกล่อมเกลาความคิดของคน)
ด้านการเมืองที่เราได้ร่วมกันสร้างระบบที่เน้นถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ขาดความเชื่อมโยงในระบบต่างๆ สังคมมีหลายส่วนที่ต้องการการสนับสนุน แต่เรากลับลืมรากเหง้าของประเทศ คือเกษตรกร เรากลับละทิ้ง สุดท้ายการเมืองขาดการมีส่วนร่วม ก็ต้องมารณรงค์กันใหม่

                 เฮ้อ...เรื่องนี้เป็นเรื่องของเราทุกคนนะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เพราะว่าพวกเราซึ่งเป็น   

                เด็กๆก็สามารถทำให้อะไรๆดีขึ้นได้ เริ่มจากตัวเราตอนนี้เลย

ไฟล์แนบขนาด
อะไรคือความภูมิใจของพวกเรา.pdf141.47 KB

Powered by Drupal - Modified by Metamedia Technology Co.,Ltd., original by Danger4k