ถามเกี่ยวกับรายละเอียด

สามารถลงมติล่วงหน้าได้ไหม ทำอย่างไรบ้าง

หลักเกณฑ์และการออกเสียงประชามติ

  • กำหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่เผย แพร่ร่างรัฐธรรมนูญ และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชา มติ ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง
  • ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการจัดและควบคุมการออกเสียงประชามติ ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่สภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย
  • ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ
  • การออกเสียงประชามติให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

  • ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง

  • ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยออกเสียง และถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิแต่ละหน่วย จำนวน ๘๐๐ คน เป็นประมาณ
  • กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิออกเสียง ประกอบด้วย
    • มีสัญชาติไทย (แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี)
    • มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ ในวันที่ ๑ มกราคมของปีที่มีการออกเสียง และ
    • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตออกเสียงมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน นับถึงวันออกเสียงประชามติ
  • กำหนดลักษณะบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิออกเสียง ได้แก่ บุคคลที่
    • วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
    • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
    • ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
    • กำหนดให้มีการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงและปิดประกาศไม่ น้อยกว่า ๒๐ วัน ก่อนวันออกเสียง เพื่อให้บุคคลสามารถตรวจสอบและยื่นคำร้อง ขอเพิ่ม-ถอนชื่อ ได้ไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน ก่อนวันออกเสียง

    • กำหนดระยะเวลาในการออกเสียงประชามติ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาอีก ๑ ชั่วโมง : เดิมกำหนดระยะเวลาการเลือกตั้ง ๐๘.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้สิทธิออกเสียง

    • กำหนดให้นับคะแนนที่หน่วยออกเสียง โดยเปิดเผยติดต่อกันจนแล้วเสร็จหลังจากปิดการลงคะแนนและให้รายงานผลการนับ คะแนนไปยังอนุกรรมการออกเสียงประจำอำเภอ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและคณะกรรมการการเลือกตั้งตามลำดับ
    • **กำหนด ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดที่ตนมี ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน สามารถใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงในจังหวัดที่ตนอยู่ได้ โดยต้องยื่นคำขอลงทะเบียนต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นของอำเภอหรือเทศบาลที่ตนอยู่ ก่อนวันออกเสียงอย่างน้อย ๓๐ วัน (วันนี้31 ก.ค. เลยกำหนดมาแล้ว)*****

    • การยื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตจังหวัดสามารถยื่นคำขอด้วยตนเองหรือทำหนังสือมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้และให้ผู้มีสิทธิออกเสียงที่ขอลงทะเบียนนั้นไปใช้สิทธิออกเสียง ณ ที่ออกเสียงกลางในจังหวัดที่ตนอยู่ในวันออกเสียง (ไม่มีการออกเสียงล่วงหน้า)
    • กำหนดให้กรณีหน่วยออกเสียงใดมีเหตุสุด วิสัยเกิดขึ้นในวันออกเสียงเป็นเหตุให้ไม่สามารถลงคะแนนออกเสียงได้ ให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียงประกาศงดลงคะแนนในหน่วยออกเสียงนั้น และประกาศให้ผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้นไปใช้สิทธิออกเสียง ณ ที่ออกเสียงกลาง (ฉุกเฉิน) ของจังหวัดนั้น ๆ แทนในวันและเวลาออกเสียงเดิม
    • กำหนดให้มีการคัดค้านการออกเสียงในหน่วยออกเสียงได้ โดย ต้องมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจำนวนผู้มาใช้สิทธิออก เสียงในหน่วยออกเสียงนั้น ยื่นคำร้องคัดค้านต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงสิ้นสุดลง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจสั่งให้มีการออกเสียงใหม่ในหน่วยออกเสียง นั้นได้ แต่การออกเสียงใหม่ต้องกระทำไม่ช้ากว่า ๓๐ วัน นับแต่วันที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ เว้นแต่พิจารณาแล้ว เห็นว่า การออกเสียงใหม่จะไม่ทำให้ผลการออกเสียงของทั้งประเทศเปลี่ยนแปลงไป ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน
    • กำหนด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งผลการออกเสียงและจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียง ไปยังสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประกาศผลการออกเสียงประชามติ
    • เนื่องจากการออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นการออกเสียงระดับชาติ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงจะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อให้การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ โดยมีแนวทางที่ควรปฏิบัติอย่างน้อย ๕ ประการ ประกอบด้วย

    • ควรที่จะให้ความสนใจและติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนการตัดสินใจออกเสียงประชามติ
    • ควรที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในโอกาสต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้เกิดความหลากหลายทางแนวความคิด
    • ควรที่จะคิดและวิเคราะห์ด้วยหลักเหตุและผลก่อนการตัดสินใจ โดย ต้องไม่คล้อยตามกระแสหรือสถานการณ์ ต้องไม่ยอมรับการชักจูงด้วยประโยชน์อื่นใดในทางมิชอบ ต้องแยกแยะระหว่างความชอบหรือไม่ชอบในตัวบุคคลกับสาระของร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งต้องรู้จักมองภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
    • ควรที่จะได้ศึกษาและทำความเข้าใจกับขั้นตอนและวิธีการในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ เพื่อให้การใช้สิทธิออกเสียงเป็นไปอย่างถูกต้อง
    • ควรที่จะได้เห็นความสำคัญและไปใช้สิทธิออกเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน แม้ว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นเพียงสิทธิ มิใช่หน้าที่ แต่เนื่องจากเป็นการกำหนดกติกาหลักของประเทศ ดังนั้น จึงควรที่ผู้มีสิทธิออกเสียงทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการแสดงเจตนารมณ์นี้

    โดย อาจสรุปได้ว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้จะเป็นไปอย่างมีคุณภาพและบรรลุ ตามเป้าหมายหรือไม่เพียงใด ส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับความพร้อมของประชาชนที่จะต้องรู้จัก ติดตามข่าวสาร ... ผสานความคิด ... ใช้สิทธิโดยพร้อมเพรียง ... ออกเสียงอย่างถูกต้อง”

อ่านรายละเอียดได้ที่website ก.ก.ต. 

http://www.ect.go.th/thai/referendum/referendum.html

Powered by Drupal - Modified by Metamedia Technology Co.,Ltd., original by Danger4k